ป่าสนเขา (Pine Forest or Coniferous Forest)


สังคมป่าไม่ผลัดใบ
ภาพถูกย่อลง ดูขนาดจริง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ดอกไม้ฤดูฝน
พบขึ้นเป็นทุ่งกว้างตามร่มเงา
ป่าสนเขา เช่นที่ภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก
ออกดอกราวเดือนสิงหาคมถึงกันยายน

          บนยอดเขาที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นและปริมาณน้ำฝนต่ำที่ระดับความสูงประมาณ 500-1,800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มักมีสังคมป่าสนเขาที่เกิดขึ้นเป็นหย่อมเล็ก ๆ สลับกับป่าดงดิบเขาและป่าดงดิบแล้ง แต่สามารถแยกออกมาชัดเจนด้วยพรรณไม้เด่น 2 ชนิด คือ สนสองใบ และสนสามใบ สภาพดินเป็นกรดจัดเนื่องจากพื้นป่ามีใบสนแห้งร่วงหล่นมาทับถมเป็นจำนวนมาก ป่าสนเขาในประเทศไทยแบ่งได้เป็น 2 สังคมย่อยคือ ป่าสนเขาผสมก่อ พบที่ระดับค่อนข้างสูง มีไม้ก่อเป็นพืชเด่น เช่น ก่อแอบ ก่อเสียด ก่อหมี ก่อหม่น เป็นต้น ส่วนอีกสังคมหนึ่งคือ ป่าสนผสมเต็งรัง พบปรากฎต่ำกว่าสังคมย่อยแบบแรก พรรณไม้อื่น ๆ ที่พบบ่อยในป่าสนเขา เช่น สลักป่า กำยาน หว้า เหมือดคน ส้มอ๊อบแอ๊บ เป้งดอย ปรงเขา กุหลาบขาว และกุหลาบแดง ป่าสนเขาที่สำคัญและเป็นที่รู้จักกันดีมีหลายแห่ง เช่น ป่าสนวัดจันทร์ในจังหวัดเชียงใหม่ ป่าสนเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และบนภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นต้น
          ป่าสนเขาเป็นสังคมป่าไม่ผลัดใบที่มีพื้นป่าค่อนข้างโล่งเตียนเรือนยอดชั้นบนสูงมาก และมีความหลากหลายของพรรณพืชน้อยกว่าป่าบกประเภทอื่น สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ประจำจึงมีไม่มากชนิดนัก ส่วนใหญ่จะเข้ามาหากินชั่วคราวจากสังคมพืชอื่น บนพื้นป่ายังมีหญ้าและพืชล้มลุกหลายชนิดที่เป็นอาหารของกวางป่า เก้ง วัวแดง กระต่ายป่า อ้น และหนู ส่วนคนท้องถิ่นก็นิยมเข้ามาเจาะเอาน้ำมันสน และตัดไม้สนไปทำเชื้อเพลิงกันตั้งแต่ในอดีต

ที่มาข้อมูลจาก: หนังสือบันทึกสิ่งแวดล้อมป่าเขตร้อน
กองส่งเสริมและเผยแพร่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม